วิธีเริ่มต้นซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์โดยไม่ขาดทุน: คู่มือสำหรับนักลงทุนรายย่อย

How to start trading on the stock exchange without losing money



ผมชื่ออเล็กซานเดอร์ โวลนอฟ ผมเริ่มต้นเส้นทางในปี 2012 ด้วยเงินฝาก 15,000 รูเบิล ผ่านโบรกเกอร์ในประเทศไทย ผ่านพ้นวิกฤตค่าเงินรูเบิลปี 2014, วิกฤตโควิด-19 และความผันผวนจากมาตรการคว่ำบาตรต่างๆ วันนี้ผมบริหารเงินทุนของครอบครัวและให้คำปรึกษานักลงทุนเอกชน คำถามหลักที่ผมได้รับคือ: “มือใหม่จะเริ่มเทรดในตลาดหลักทรัพย์ได้อย่างไร” คำตอบนั้นง่ายและโหดร้ายในเวลาเดียวกัน: คุณไม่จำเป็นต้องมี “ตัวชี้วัดลับ” แต่ต้องมีแผนทีละขั้นตอนและความเข้าใจว่าตลาดหลักทรัพย์ไม่ใช่คาสิโน แต่เป็นเครื่องมือในการโอนเงินทุนจากนักลงทุนที่กระตือรือร้นไปสู่นักลงทุนที่อดทน ในคู่มือนี้ ผมจะพาคุณไปตั้งแต่การลงทะเบียนกับโบรกเกอร์จนถึงการทำกำไรจริงครั้งแรก โดยใช้ โปรแกรมจำลองการเทรดในตลาดหลักทรัพย์สำหรับผู้เริ่มต้น และอธิบายข้อผิดพลาดที่ผู้จัดการไม่เคยบอกคุณ

จะเริ่มเทรดในตลาดหลักทรัพย์จากศูนย์ได้อย่างไร: ตำนานและความเป็นจริงของการเริ่มต้น

เมื่อผมเห็นคำค้นหา “จะเริ่มเทรดในตลาดหลักทรัพย์จากศูนย์ได้อย่างไร” ผมนึกถึงคนที่ไม่เคยถือเรทราคาในมือมาก่อน นั่นเป็นเรื่องปกติ ระดับศูนย์หมายถึงการขาดประสบการณ์ ไม่ใช่การขาดเงินหรือสติปัญญา สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือเลิกภาพลวงตา การทำกำไร 100% ต่อปีโดยปราศจากความเสี่ยงเป็นไปไม่ได้ คนธรรมดาจะเริ่มเทรดในตลาดหลักทรัพย์ได้อย่างไร? เริ่มจากการตระหนักว่านี่คืองาน ผมไม่ได้ต้องการทำให้คุณกลัว แต่ต้องการให้ภาพที่สมจริง

ในปี 2019 มีลูกค้ามาหาผม ขอเรียกเขว่าดมิทรี เขาอยากเทรดแบบ Day Trading มาก ผมถามเขาว่า: “คุณพร้อมที่จะเรียนรู้กี่ชั่วโมง?” เขาตอบ: “ประมาณอาทิตย์นึง” หนึ่งเดือนต่อมา หลังจากสูญเงินฝากไป 40% เขาก็กลับไปลงทุนแบบดัชนี นิทานสอนใจ: การเริ่มจากศูนย์ไม่ใช่การหากลยุทธ์วิเศษ แต่คือการเรียนรู้พื้นฐาน: หุ้นต่างจากพันธบัตรอย่างไร, Stop-loss คืออะไร, และทำไมเงินปันผลถึงไม่รับประกันการเติบโตของพอร์ต

วัฏจักรศูนย์
ขั้นตอน “ศูนย์”

คำแนะนำของผมสำหรับขั้นตอน “ศูนย์”: อย่าเพิ่งเปิดบัญชีทดลอง อ่านรายงานประจำปีของบริษัทจดทะเบียนหรือรายงานของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยก่อน ฟังดูน่าเบื่อ? ใช่ แต่ที่นั่นคุณจะเห็นตัวเลขธุรกิจที่แท้จริง ไม่ใช่กราฟจาก TikTok จะเริ่มเทรดในตลาดหุ้นอย่างมีสติได้อย่างไร? เข้าใจว่าเมื่อคุณซื้อหุ้น คุณกำลังเป็นเจ้า�ร่วมของบริษัท ไม่ใช่แค่เดิมพัน “แดง” หรือ “ดำ”

ภารกิจของคุณในขั้นแรกคือเก็บเงิน 15,000 – 30,000 บาท ที่คุณพร้อมจะจมอยู่กับการฝึกฝน อย่ากู้เงินมาเทรด อย่าเด็ดขาด นี่คือสัจธรรม1สัจธรรมในทางการเงิน — ข้อความที่ไม่ต้องการการพิสูจน์เนื่องจากผลลัพธ์อันน่าเศร้าที่ชัดเจน ผมเห็นชีวิตพังทลายมาเกินไปแล้วจากการเอาเงินกู้มาเทรดในตลาด

คนธรรมดาที่ทำงานประจำจะเริ่มเทรดในตลาดหลักทรัพย์ได้อย่างไร?

คำค้นหาย่อยที่พบบ่อยที่สุด: “คนธรรมดาจะเริ่มเทรดในตลาดหลักทรัพย์ได้อย่างไร” โดยไม่ต้องลางาน คำตอบคือ การเทรดระยะกลางและระยะยาว การเทรดภายในวัน (Intraday) คืองานเต็มเวลา ผมมีเพื่อนเป็นสกัลเปอร์ที่ประสบความสำเร็จ เขาตื่น 6 โมงเช้า พอ 10 โมงก็เหนื่อยเหมือนบีบมะนาวแล้ว คุณต้องการแบบนั้นไหม? คงไม่

คนธรรมดา (หมอ ครู วิศวกร) สามารถเทรดตอนเย็นได้ คุณเลือกสินทรัพย์ 2-3 ตัว วิเคราะห์กราฟในไทม์เฟรมรายชั่วโมง วางคำสั่ง Limit นี่คือกลยุทธ์ที่เรียกว่า “Swing Trading” ผมใช้มันตอนที่ทำงานธนาคารไปด้วยและเทรดส่วนตัวไปด้วย ข้อดี: ไม่ต้องดูหน้าจอทุก 5 นาที ข้อเสีย: พอร์ตอาจติดลบหลายวัน ต้องมีเส้นเหล็ก

ผมแนะนำอย่างยิ่งให้ผู้เริ่มต้นหลีกเลี่ยงการเทรดแบบมาร์จิ้น2การเทรดแบบมาร์จิ้น — การทำธุรกรรมโดยใช้เงินที่ยืมมาจากโบรกเกอร์โดยใช้สินทรัพย์ของคุณเป็นหลักประกัน ในช่วงแรก เลเวอเรจ 1:10 คือหนทางสู่การล้มละลาย โบรกเกอร์จะไม่โทรมาบอกคุณว่า: “ระวัง เดี๋ยวจะ Stop-out นะ” พวกเขาแค่บันทึกขาดทุน ดังนั้นสำหรับคำถาม “จะเริ่มเทรดอย่างไร” ผมตอบเสมอว่า: เทรดด้วยเงินตัวเองเท่านั้นและไม่ใช้เลเวอเรจในช่วงหกเดือนแรก

จะเริ่มเทรดในตลาดหลักทรัพย์ได้อย่างไร: คำแนะนำทีละขั้นตอน

ขั้นตอนที่ 1. การเลือกโบรกเกอร์และการเปิดบัญชี

จะเริ่มเทรดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้อย่างไร? ผ่านโบรกเกอร์ที่ได้รับใบอนุญาตเท่านั้น ผมแนะนำให้ผู้เริ่มต้นเลือกจาก 5 อันดับแรกโดยปริมาณการซื้อขาย: โบรกเกอร์ชั้นนำของไทย เช่น หลักทรัพย์บัวหลวง, หลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร, หลักทรัพย์กสิกรไทย, หลักทรัพย์ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (CGS), หลักทรัพย์หยวนต้า (Yuanta) อย่าไล่ตามค่าคอมมิชชันที่ต่ำมากจากโบรกเกอร์ที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก — พวกเขามักจะประหยัดโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT ทางเลือกส่วนตัวของผมสำหรับการเริ่มต้นคือ โบรกเกอร์ที่มีแอปพลิเคชันใช้งานง่ายและมีแหล่งข้อมูลการศึกษา กระบวนการใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที: กรอกใบสมัครออนไลน์ (ต้องใช้บัตรประชาชน), เปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์, โอนเงินผ่านธนาคาร

สำคัญ: เมื่อเปิดบัญชี คุณจะลงนามในข้อตกลงการให้บริการนายหน้า ควรเก็บไฟล์ PDF ของข้อตกลงไว้ ในนั้นระบุว่าโบรกเกอร์สามารถบังคับปิดสถานะของคุณ (Margin Call) ได้ในกรณีใดบ้าง 90% ของผู้เริ่มต้นไม่อ่านเอกสารนี้ แล้วก็แปลกใจเมื่อถูกหักเงิน

ขั้นตอนที่ 2. โปรแกรมจำลองการเทรดในตลาดหลักทรัพย์สำหรับผู้เริ่มต้น

ก่อนจะฝากเงินจริง ถามตัวเองตามตรง: คุณเข้าใจวิธีการทำงานของกระดานคำสั่งซื้อขาย (Order Book) หรือไม่? ผู้เริ่มต้นส่วนใหญ่สับสนระหว่าง “ราคาซื้อขายล่าสุด” กับ “ราคาที่ฉันสามารถขายได้ตอนนี้” ความแตกต่างอาจอยู่ที่ 0.5–1% ในหุ้นสภาพคล่องสูง และสูงถึง 5% ในหุ้นสภาพคล่องต่ำ นี่คือจุดที่ผู้เริ่มต้นเสียเงินครั้งแรก

ผมบังคับให้นักเรียนของฉันเทรดในบัญชีทดลองอย่างน้อย 2 สัปดาห์ โปรแกรมจำลองการเทรดในตลาดหลักทรัพย์สำหรับผู้เริ่มต้น ของโบรกเกอร์ชั้นนำในไทย เช่น Streaming Test บนแพลตฟอร์ม Streams Pro คุณจะได้รับเงินเสมือนจริง คุณมีหน้าที่: ทำธุรกรรม 50 ครั้ง โดยไม่ละเมิดกฎความเสี่ยง 2% ต่อรายการ ต่อเมื่อผ่านเกณฑ์นี้แล้ว คุณจึงค่อยย้ายไปใช้เงินจริงได้

ขั้นตอนที่ 3. การฝากเงินครั้งแรกและกลยุทธ์การเข้าซื้อ

เติมเงินในบัญชีด้วยจำนวนเงินขั้นต่ำที่คุณรู้สึกสบายใจทางจิตใจ สำหรับบางคนคือ 5,000 บาท สำหรับบางคนคือ 50,000 บาท อย่ากู้ยืมเงิน ซื้อสินทรัพย์ไม่ใช่แค่ตัวเดียว แต่สองหรือสามตัวจากภาคส่วนต่างๆ เช่น หุ้นของ PTT (พลังงาน), SCB (การเงิน), และ ADVANC (สื่อสารโทรคมนาคม) นี่คือการกระจายความเสี่ยงขั้นพื้นฐาน อย่าพยายาม “จับจังหวะซื้อถูกที่สุด” ให้พอดี เริ่มต้นตอนนี้และรับประสบการณ์ ดีกว่ารอทั้งปีแล้วไม่ได้เริ่มสักที

ประสบการณ์ส่วนตัว: ในปี 2015 ผมพยายามชวนเพื่อนซื้อหุ้นของตลาดหลักทรัพย์ไทยที่ราคา 500 บาท เขารอให้ปรับฐานลงไปที่ 450 บาท ในปี 2021 ราคาหุ้นอยู่ที่ 650 บาท ไม่รวมเงินปันผล เขาก็ไม่ได้ซื้อ จะเริ่มเทรดในตลาดหลักทรัพย์จากศูนย์ได้อย่างไร? ส่งคำสั่งซื้อขายแรกของคุณ วันนี้

ขั้นตอนที่ 4. การตั้งค่าการจัดการความเสี่ยง

นี่เป็นขั้นตอนที่น่าเบื่อที่สุด แต่สำคัญที่สุด ก่อนเข้าสู่การซื้อขาย คุณต้องตั้ง Stop-loss ไม่ใช่ “ฉันจะตั้งทีหลัง” แต่ต้องตั้งทันที ในแพลตฟอร์มการซื้อขายหลายแห่ง เรียกว่า “คำสั่งหยุดขาดทุน” (Stop Order) คุณระบุราคาที่เมื่อถึงแล้วสินทรัพย์จะถูกขายโดยอัตโนมัติ ทางจิตวิทยาแล้วยาก: คุณคิดว่าตลาดกำลังจะกลับตัว แต่สถิติไม่ปรานี: 80% ของเทรดเดอร์ที่ขาดทุนไม่ได้ใช้ Stop-loss อย่างเป็นระบบ

ผมตั้งกฎเหล็กกับตัวเอง: Stop-loss ไม่เกิน 5% จากราคาเข้าสำหรับหุ้น และ 10% สำหรับคริปโตเคอเรนซี ถ้าหุ้นลง 5% แสดงว่าผมวิเคราะห์ผิด ผมออกมา วิเคราะห์ให้เข้าใจ แล้วค่อยเข้าใหม่

ขั้นตอนที่ 5. การวิเคราะห์การซื้อขายและบันทึกประจำวันเทรดเดอร์

คุณทำการซื้อขายครั้งแรก บันทึกกำไรหรือขาดทุน แล้วไงต่อ? 99% ของผู้เริ่มต้นปิดแอปพลิเคชันและไปดูมีม มืออาชีพจดบันทึกการซื้อขายลงในบันทึก ผมทำตารางใน Google Sheets มา 10 ปีแล้ว ช่องต่างๆ: วันที่, หุ้น, ปริมาณ, ราคาเข้า, ราคาออก, เหตุผลในการเข้า, อารมณ์ ผ่านไปเดือนหนึ่ง คุณจะเห็นรูปแบบพฤติกรรมของคุณ เช่น “ฉันซื้อทุกครั้งที่เห็นแท่งเทียนเขียวบนกราฟ 15 นาที และขายเมื่อตื่นตระหนก” การรู้ตัวคือก้าวแรกสู่การแก้ไข

หากไม่มีขั้นตอนนี้ คุณจะติดอยู่กับที่ ทำผิดซ้ำๆ ปีแล้วปีเล่า จะเริ่มเทรดอย่างมืออาชีพได้อย่างไร? เลิกเป็น “นักเทรดสัญชาตญาณ” แล้วมาเป็นนักวิเคราะห์การกระทำของตัวเองเสีย

จะเริ่มเทรดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย: การเลือกโบรกเกอร์และแผนการเทรด

หากคุณอาศัยในไทยและใช้เงินบาท เส้นทางของคุณคือผ่าน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) คำถาม “จะเริ่มเทรดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้อย่างไร” ปัจจุบันใช้เวลาแค่ 15 นาทีผ่านแอปพลิเคชันของโบรกเกอร์หรือธนาคารที่ให้บริการ นายหน้าหลักมีสามประเภท: โบรกเกอร์ที่สังกัดธนาคาร (เช่น Bualuang Securities จากธนาคารกรุงเทพ, Kiatnakin Phatra Securities จากธนาคารเกียรตินาคินภัทร), โบรกเกอร์อิสระคลาสสิก (เช่น CGS, Yuanta) หรือที่ปรึกษาการลงทุน

ผมเป็นลูกค้าของโบรกเกอร์สามแห่งเพื่อให้มีมุมมองที่เป็นรูปธรรม สำหรับผู้เริ่มต้นผมแนะนำให้ เริ่มเทรดกับโบรกเกอร์อย่าง Bualuang Securities หรือ Kiatnakin Phatra เนื่องจากอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายและมีเนื้อหาการศึกษามากมายในแอปพลิเคชัน อย่างไรก็ตาม จุดด้อยคืออาจมีค่าธรรมเนียมบางอย่าง และจำนวนเครื่องมืออาจถูกจำกัดเมื่อเทียบกับโบรกเกอร์สากล หากคุณต้องการซื้อหุ้นต่างประเทศหรือ ETF ที่ซับซ้อน คุณอาจต้องใช้โบรกเกอร์ที่สามารถเข้าถึงตลาดต่างประเทศได้โดยตรง

แผนการเทรดยอดนิยมที่ดูแลฟรีสำหรับผู้เริ่มต้น และค่าคอมมิชชันต่ำสำหรับเทรดเดอร์ที่มีปริมาณการซื้อขายสูง
ตลาดหลักทรัพย์ โบรกเกอร์ และแผนการเทรด

จะเริ่มเทรดกับโบรกเกอร์อย่าง CGS International (ประเทศไทย) ได้อย่างไร? พวกเขามีแพลตฟอร์มการเทรดที่ดีและบทวิเคราะห์ที่เข้มแข็ง จากประสบการณ์ผม พวกเขามีบทวิเคราะห์เชิงลึกที่ดีที่สุดในวงการ ข้อเสียคือ สเปรด3สเปรด — ความแตกต่างระหว่างราคาเสนอซื้อ (Bid) และราคาเสนอขาย (Ask) ยิ่งสเปรดกว้าง ยิ่งทำกำไรจากความเคลื่อนไหวระยะสั้นได้ยาก ในหุ้นที่มีสภาพคล่องน้อยอาจไม่เป็นคุณ ดังนั้นสำหรับการซื้อหุ้น Blue Chip ระยะยาว (เช่น PTT, KBANK, ADVANC) โบรกเกอร์ไหนก็ใช้ได้ สำหรับการทำ Scalping อาจต้องใช้แผนการเทรดเฉพาะ

อีกเรื่องคือ การเริ่มต้นกับหลักทรัพย์หยวนต้า (Yuanta) พวกเขาเป็นผู้เล่นที่ให้บริการมายาวนาน จุดเด่น: บทวิเคราะห์ที่ดีเยี่ยม มีเครื่องมือให้เลือกมากมาย มีแพลตฟอร์ม Streams Pro (เทอร์มินัลมืออาชีพ) ข้อเสีย: อินเทอร์เฟซสำหรับผู้เริ่มต้นอาจไม่เป็นมิตรนัก Streams Pro อาจดูซับซ้อนในตอนแรก แต่ถ้าคุณเชี่ยวชาญ Streams Pro คุณจะเข้าใจตรรกะของตลาดได้ดีกว่าในแอปพลิเคชันมือถือที่ซ่อนค่าธรรมเนียมไว้ภายใต้กราฟสวยงาม

อัลกอริทึมทีละขั้นตอน: วิธีเริ่มเทรดกับโบรกเกอร์ไทยยอดนิยม

มาดู วิธีเริ่มเทรดกับ Bualuang Securities ทีละขั้นตอนกัน ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Bualuang Securities เปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์หรือบัญชีพร้อมเพื่อการลงทุน (ซึ่งให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี) ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที ใช้เพียงบัตรประชาชน หลังจากเปิดบัญชีแล้ว คุณยังเทรดไม่ได้ทันที — ต้องโอนเงินเข้าบัญชีก่อน รายละเอียดเล็กน้อยแต่หลายคนสะดุด: “ฉันเปิดบัญชีแล้ว แต่ปุ่มซื้อมันไม่กดได้” เงินต้องเข้าบัญชีซื้อขายก่อน ซึ่งอาจใช้เวลา 1-2 วันทำการ

รูปแบบสำหรับ การเริ่มต้นกับหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร (KKP) ก็คล้ายกัน ในแอปพลิเคชันคุณทำการยืนยันตัวตน คำแนะนำสำคัญ: หากคุณวางแผนจะเทรดแบบ Active อย่าเลือกแพ็กเกจที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการฝากเงิน ให้เลือกแพ็กเกจที่เหมาะกับปริมาณการซื้อขายของคุณ

ผมได้ยินคำถามบ่อย: “ฉันสามารถเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์หนึ่ง แต่เทรดผ่านอีกแพลตฟอร์มหนึ่งได้ไหม?” โดยทั่วไปไม่ได้ แต่ละโบรกเกอร์มีซอฟต์แวร์ของตัวเอง สำหรับมือใหม่ ควรเลือกโบรกเกอร์จากฟังก์ชันการทำงานของแพลตฟอร์มของเขา

ระดับสากล: มือใหม่จะเริ่มเทรดบนกระดานเทรดคริปโตได้อย่างไร

มาถึงตลาดที่ผันผวนที่สุด แต่น่าดึงดูดใจ คำค้นหา “มือใหม่จะเริ่มเทรดบนกระดานเทรดคริปโตได้อย่างไร” กำลังทำลายสถิติความนิยม คริปโตคือโลกตะวันตกที่ไม่มีกฎระเบียบมากเท่าตลาดหุ้น ที่นี่คุณต้องรับผิดชอบเต็มที่ต่อความปลอดภัยของคีย์ส่วนตัว ผมอยู่ในวงการคริปโตตั้งแต่ปี 2017 ผ่านเหตุการณ์ Halving4Halving — การลดรางวัลนักขุดเหมืองลงครึ่งหนึ่ง ซึ่งในทางทฤษฎีนำไปสู่การขาดแคลนเหรียญและราคาที่เพิ่มขึ้น หลายครั้งและวิกฤตการณ์ต่างๆ

กฎข้อแรกของคริปโต: อย่าเก็บทุกอย่างไว้บนกระดานเทรด ประวัติการณ์ FTX ที่ลูกค้าสูญเสียเงินหลายพันล้านพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า: “Not your keys, not your coins (ไม่ใช่คีย์คุณ ไม่ใช่เหรียญคุณ)” ดังนั้นเวลาตอบคำถาม “จะเริ่มเทรดบนกระดานเทรด Exmo หรือ Bybit ได้อย่างไร” ผมบอกเสมอว่า: ใช้กระดานเทรดเป็นเพียงเครื่องมือสำหรับการซื้อขายเท่านั้น หลังจากเทรดเสร็จ ให้ถอนเงินจำนวนมากออกไปเก็บใน Cold Wallet5Cold wallet — อุปกรณ์ (เช่น Ledger) ที่ไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ใช้สำหรับเก็บคีย์ส่วนตัว

มือใหม่บนกระดานเทรดคริปโต
มือใหม่บนกระดานเทรดคริปโต (สร้างโดย davinchi.org)

จะเริ่มเทรดบนกระดาน Mexc ได้อย่างไร? เป็นกระดานที่ได้รับความนิยมในหมู่มือใหม่เนื่องจากค่าธรรมเนียมต่ำและมีอัลท์คอยน์จำนวนมาก ข้อเสียคืออินเทอร์เฟซอาจไม่ตรงตามมาตรฐาน และการยืนยันตัวตนต้องอัปโหลดหนังสือเดินทาง ซึ่งหลายคนกังวลเรื่องข้อมูลรั่วไหล คล้ายกับ การเริ่มต้นเทรดบนกระดาน Exmo แม้จะเป็นหนึ่งในกระดานที่เก่าแก่และเป็นมิตรกับภูมิภาคนี้ แต่การเข้าสู่กระดานเทรดคริปโตสำหรับคนไทยในปัจจุบันอาจมีข้อจำกัดบ้าง แต่ก็ยังทำได้ผ่าน P2P สำหรับหลายๆ คน

ผู้นำตลาดคือ จะเริ่มเทรดบนกระดาน Bybit ได้อย่างไร? ผมคิดว่า Bybit ดีที่สุดสำหรับมือใหม่ด้วยเหตุผลหลายประการ: อินเทอร์เฟซที่เข้าใจง่าย, มีบัญชีทดลอง, มีบทความและวิดีโอให้ความรู้มากมาย นอกจากนี้ Bybit ยังเป็นผู้นำด้านสภาพคล่อง Slippage6Slippage — การที่คำสั่งซื้อขายถูกดำเนินการในราคาที่แย่กว่าราคาที่ขอไว้ เนื่องจากความผันผวนสูง นั้นเกิดขึ้นน้อยมากแม้ในปริมาณมาก คำแนะนำ: ทำการยืนยันตัวตน (KYC) ทันที แม้คุณจะไม่ได้วางแผนฝากเงินจำนวนมาก เพราะวงเงินสำหรับผู้ใช้ที่ไม่ผ่านการยืนยันนั้นเล็กน้อยมาก

สำคัญ: อย่านำเงินที่ต้องใช้ผ่อนบ้านหรือค่ารักษาพยาบาลมาใส่ในคริปโต นี่คือตลาดที่อาจร่วง 50% ในเดือนเดียว และพุ่งขึ้น 10 เท่าในปีเดียว การถือรับการดึงลง (Drawdown) 70% สำหรับ Ethereum เป็นเรื่องยากทางจิตใจ ต่อให้รู้ว่านี่คือวัฏจักร

กรณีศึกษาจริง: ผมเรียนรู้เทรดบน Bybit อย่างไร

ในปี 2020 ผมตัดสินใจหัดเทรดฟิวเจอร์สบน Bybit ก่อนหน้านี้ผมเทรดแค่ Spot (ซื้อเหรียญ) เงินฝากผม 1000 USDT ผมเปิดสถานะ Long ใน ETH ด้วยเลเวอเรจ 5 เท่า ราคาเคลื่อนไหวสวนทาง 3% ในรูปเงินบาทนี่เล็กน้อย แต่เพราะเลเวอเรจทำให้ขาดทุน 15% แล้ว ผมปิดการเทรดขาดทุน หนึ่งชั่วโมงต่อมา ราคาพลิกกลับและพุ่งขึ้นสูง ผมเสียกำไรเพราะความกลัว นิทานสอนใจ: เลเวอเรจในฟิวเจอร์สต้องใจเย็น ตอนนี้ผมใช้เลเวอเรจไม่เกิน 2-3 เท่า และตั้ง Stop-loss เสมอ

ดังนั้นเวลาตอบคำถาม “จะเริ่มเทรดบน Bybit ได้อย่างไร” ผมเน้นย้ำ: เริ่มจากตลาด Spot ซื้อ Bitcoin รอสักเดือน แล้วขาย ฟิวเจอร์สและสัญญา perpetual คือระดับสูง หากไม่มีประสบการณ์ คุณแค่สูญเสียเงินกับค่าธรรมเนียมและอารมณ์

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: ไม่ว่าคุณจะเลือกตลาดหลักทรัพย์ไทยหรือกระดานเทรดคริปโต ขั้นแรกให้ฝึกฝนด้วย โปรแกรมจำลองการเทรดในตลาดหลักทรัพย์สำหรับผู้เริ่มต้น ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คุณสามารถเปิดบัญชีทดลองบนแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น Streams Pro บน Bybit มีฟังก์ชัน “Testnet” — การเทรดด้วย USDT เสมือนจริง ผมกำหนดให้นักเรียนของฉันทุกคนเทรดบนโปรแกรมจำลองอย่างน้อย 20 ชั่วโมง ด้วยวิธีนี้คุณจะเข้าใจกลไกของคำสั่ง Stop และไม่ต้องจ่ายค่าผิดพลาดด้วยเงินจริง

ช่องทางอันตราย: จะเริ่มเทรด Binary Options ได้อย่างไร

ผมจำเป็นต้องพูดถึงหัวข้อนี้ด้วย เพราะมีคนนับพันพิมพ์คำค้นหา “จะเริ่มเทรด Binary Options ได้อย่างไร” ในเสิร์ชเอ็นจิ้น คำตอบของผมจะรุนแรง: อย่าเริ่ม Binary Options ไม่ใช่ตลาดหลักทรัพย์ มันคือการพนันทิศทางราคาภายในเวลาที่กำหนด (60 วินาที, 5 นาที) แพลตฟอร์มต่างๆ ไม่ได้นำคำสั่งซื้อขายของคุณไปสู่ตลาดจริง คุณกำลังเล่นกับ “คูหาอาหาร”7คูหาอาหาร (ในที่นี้หมายถึง Bucket Shop) — โบรกเกอร์หลอกลวงที่ไม่ป้องกันความเสี่ยงสถานะของลูกค้า แต่เก็บเงินไว้กับตัวเอง ลูกค้ายิ่งเสีย โบรกเกอร์ยิ่งได้กำไร

ธนาคารแห่งประเทศไทยและ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) ระบุโดยตรงว่า Binary Options คือการฉ้อโกง ทำไม? เพราะค่าคาดหวังทางคณิตศาสตร์เป็นลบ ถึงแม้คุณจะทายถูก 60% ของการเทรด คุณก็ยังขาดทุน เพราะการจ่ายเงินมักไม่เกิน 85% ในขณะที่ความเสี่ยง 100% ผมเคยให้คำปรึกษาผู้หญิงคนหนึ่งที่กู้เงิน 3 แสนบาทมาเพื่อ “เอาคืน” จากการเทรด Binary Options เธอเสียทั้งหมดภายใน 2 วัน ผมไม่อยากให้คุณเป็นแบบนั้น

แล้วจะใช้อะไรแทน? การเทรดฟิวเจอร์สในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหรือฟิวเจอร์สบน Bybit เป็นวิธีที่ถูกกฎหมายในการทำกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคา แต่ไม่มีการหมดอายุทุกนาที คุณมีเวลาคิด ดังนั้นสำหรับคำถาม “จะเริ่มเทรดในตลาดหลักทรัพย์จากศูนย์” โดยมีเป้าหมายรวยเร็ว คำตอบคือ: จะไม่มีความรวยเร็ว มีแต่งานที่เป็นระบบ

«Binary Options คือการพนันที่ปลอมตัวมาเป็นการลงทุน คุณไม่ได้กลายเป็นเทรดเดอร์ แต่คุณกลายเป็นนักพนัน โอกาสชนะอยู่ที่เจ้ามือเสมอ»

— ชาร์ลส์ รอธบลูท อดีตผู้สอบสวน คณะกรรมการการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าสหรัฐอเมริกา (CFTC)

จะเริ่มเทรด Forex ได้อย่างไร หากคุณถูกชักชวน?

คำค้นหา “จะเริ่มเทรด Forex ได้อย่างไร” เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับหัวข้อที่แล้ว แม้จะมี Forex ที่ถูกกฎหมายในไทย (บริษัทในรายชื่อของ ก.ล.ต.) แต่สิ่งที่โฆษณาทางอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ก็คือคูหาอาหารอีกนั่นแหละ ตลาด Forex ระหว่างธนาคารที่แท้จริงไม่ได้มีไว้สำหรับลูกค้ารายย่อยที่มีเงินฝาก $100 คุณไม่มีทางเข้าถึงมันได้ คุณไม่ได้ซื้อขายในตลาด แต่คุณซื้อขายกับดีลลิ่งเซ็นเตอร์

ผมเริ่มต้นเส้นทางในปี 2011 ด้วย Forex ผมมีบัญชีกับโบรกเกอร์แห่งหนึ่ง ผมเสีย $500 ภายในเดือนเดียว จากนั้นผมย้ายมาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและเข้าใจความแตกต่าง ใน Forex คุณเห็นเรทราคาที่โบรกเกอร์วาดขึ้นมาเอง ในตลาดหลักทรัพย์ คุณเห็นกระดานคำสั่งซื้อขายจริง มันเหมือนกับการเล่นโป๊กเกอร์กับคนจริง เทียบกับการเล่นกับหุ่นยนต์ที่มองเห็นไพ่คุณ

ถ้าคุณยังต้องการเทรดสกุลเงิน คุณสามารถทำได้ผ่านฟิวเจอร์ส (เช่น USDTHB Futures) หรือ ETF ที่เทรดในตลาดหลักทรัพย์ เลเวอเรจต่างกัน และโปร่งใสกว่า จะเริ่มเทรด Forex อย่างปลอดภัยได้อย่างไร? ผ่านเครื่องมือในตลาดหลักทรัพย์เท่านั้น เช่น ฟิวเจอร์ส หรือ ETF

โปรแกรมจำลองการเทรดในตลาดหลักทรัพย์สำหรับผู้เริ่มต้น: เรียนรู้โดยไม่เสี่ยง

กลับมาที่เรื่องดีๆ กัน สิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์คิดค้นสำหรับมือใหม่คือ โปรแกรมจำลองการเทรดในตลาดหลักทรัพย์สำหรับผู้เริ่มต้น มันคือความสามารถในการซื้อขายด้วยเงินเสมือนจริงในเวลาจริง ผมแนะนำอย่างยิ่งให้ใช้โปรแกรมจำลองไม่ใช่เพื่อทดสอบ “ความสามารถในการทำกำไรของกลยุทธ์” แต่เพื่อทดสอบอารมณ์ของคุณ

ตัวอย่างเช่น ใน โปรแกรมจำลองการเทรดในตลาดหลักทรัพย์สำหรับผู้เริ่มต้น ของโบรกเกอร์ไทย คุณจะได้รับเงินเสมือนจริง คุณซื้อหุ้นแล้วมันลง 5% ปฏิกิริยาคุณคืออะไร? ถ้าคุณรู้สึกไม่สบายกาย ทั้งที่เงินไม่ใช่เงินจริง — คุณเป็นเทรดเดอร์ที่ใช้อารมณ์ ถ้าคุณซื้อเพิ่ม calmly ตอนที่มันลง — คุณมีแววของการเป็นนักลงทุน ผมทำแบบทดสอบนี้กับนักเรียนทุกคน จาก 10 คน มีแค่ 2 คนเท่านั้นที่รักษาสติได้

โปรแกรมจำลองการเทรดในตลาดหลักทรัพย์
โปรแกรมจำลองตลาดหลักทรัพย์ของ Investopedia

บัญชีทดลอง Bybit Testnet ช่วยให้คุณเทรดอนุพันธ์ได้โดยไม่เสี่ยง ลองเปิด Short8Short — การเทรดที่คาดว่าราคาจะลดลง เทรดเดอร์ยืมสินทรัพย์มาขาย แล้วค่อยซื้อคืนในราคาที่ถูกกว่า ในโปรแกรมจำลองดู แนวคิด “ขายของที่เราไม่มี” อาจทำให้มือใหม่ งง ได้ งง ในระบบเสมือนดีกว่าเสียเงิน $1000 จริงภายใน 5 นาที

3 อันดับโปรแกรมจำลองที่ผมแนะนำ

  • Streams Pro (จากหลักทรัพย์หยวนต้า หรือโบรกเกอร์อื่นๆ) — มีโหมดทดลอง อินเทอร์เฟซค่อนข้างครบครันสำหรับมืออาชีพ แต่ก็มีโหมดพื้นฐานให้ฝึกได้
  • แพลตฟอร์มของโบรกเกอร์รายใหญ่ — โบรกเกอร์ชั้นนำของไทยส่วนใหญ่มีบัญชีทดลองให้ใช้ในแพลตฟอร์มการเทรดของตัวเอง เรียนรู้ไปพร้อมกับเครื่องมือที่จะได้ใช้จริง
  • Bybit Testnet — โปรแกรมจำลองที่ดีที่สุดสำหรับคริปโต มีคำสั่งซื้อขายทุกประเภท, กราฟ TradingView, การเทรดฟิวเจอร์ส

จะเริ่มเทรดในตลาดหลักทรัพย์และไม่เสียสติได้อย่างไร: จิตวิทยาและการจัดการความเสี่ยง

นี่คือจุดสูงสุดของพีระมิดแห่งความชำนาญ คุณสามารถสอนการวิเคราะห์ทางเทคนิคให้ลิงได้ แต่การจัดการความเสี่ยงต้องใช้เวลาฝึกฝนหลายปี ตอบคำถามหลัก “จะเริ่มเทรดในตลาดหลักทรัพย์ได้อย่างไร” ผมปลูกฝังสัจธรรมข้อหนึ่งในหัวนักเรียน: ความเสี่ยงต่อการเทรดหนึ่งครั้ง ไม่เกิน 2% ของเงินฝาก สมมติคุณมีเงิน 100,000 บาท คุณเสียได้แค่ 2,000 บาทในหนึ่งสถานะ สิ่งนี้ช่วยให้คุณอยู่รอดได้แม้เทรดขาดทุน 20 ครั้งติดต่อกัน (และมันก็เกิดขึ้นได้) และยังอยู่ในเกมต่อไป

ผมมีกรณีศึกษาด้วยตัวเอง ปี 2018 ตลาดไซด์เวย์ ความผันผวนต่ำ ผมแหกกฎของตัวเอง ใส่เงิน 5% ของเงินฝากในหุ้น MAKRO ข่าวยอดขายอ่อนแอออกมา หุ้นร่วง 7% ในวันเดียว ผมเสียกำไรทั้งเดือนในชั่วโมงเดียว หลังจากนั้นผมให้สัญญากับตัวเอง: 2% ไม่เกินนั้นแม้แต่บาทเดียว ตั้งแต่นั้นมาเส้นเงินทุนของผมก็เรียบเนียน จะเริ่มเทรดบนแพลตฟอร์มเทรดอย่างมืออาชีพได้อย่างไร? ให้การรักษาเงินทุนเป็นสำคัญเหนือกว่าการทำกำไร

นี่คือ Checklist สั้นๆ ที่ผมแจกให้เวลาปรึกษา มันจะช่วยรักษาเงินฝากคุณ:

  1. อย่าเสี่ยงเกิน 2% ต่อการเทรดหนึ่งครั้ง
  2. ตั้ง Stop-loss ทุกครั้งก่อนเข้าเทรด
  3. อย่าเฉลี่ยราคาเมื่อขาดทุน (อย่าซื้อตอนลงจนกว่าจะรู้สาเหตุ)
  4. อัตราส่วนกำไรต่อความเสี่ยงขั้นต่ำ 1:2 เสี่ยง 100 บาท วางแผนจะได้ 200 บาท
  5. หลังจากวันขาดทุน ให้หยุดพักหนึ่งวัน อย่าพยายามเอาคืน
เปรียบเทียบวิธีการเริ่มต้นสำหรับมือใหม่
เกณฑ์ วิธีเริ่มต้นในตลาดหุ้นไทย วิธีเริ่มต้นในกระดานเทรดคริปโต Forex/ Binary Options
การกำกับดูแล ก.ล.ต. ไทย, ตลาดหลักทรัพย์ฯ สินทรัพย์ของคุณได้รับการคุ้มครอง ไม่มี/แตกต่างกันไป มีความเสี่ยงที่กระดานเทรดจะล้มละลาย มักน้อยมาก/ไม่มีการกำกับดูแล การทำงานกับนิติบุคคลนอกชายฝั่ง
เกณฑ์การเข้า เริ่มต้นที่ 1 บาท (ซื้อหุ้นเศษส่วน) ได้กับบางโบรกเกอร์ เริ่มต้นที่ประมาณ 10 USDT เริ่มต้นที่ $10
ความโปร่งใส สูง มองเห็น Order Book ปานกลาง สามารถตรวจสอบทุนสำรอง (Merkle tree) ได้บางแห่ง ต่ำ/ศูนย์ คุณเห็นสิ่งที่โบรกเกอร์อยากให้เห็น

ผมเห็นว่าภารกิจของผมคือการทำให้คุณไม่ผิดพลาดซ้ำรอยผม การเริ่มต้นเทรดในตลาดหลักทรัพย์อย่างถูกต้องสามารถทำได้ผ่านการเรียนรู้อย่างเป็นระบบเท่านั้น การเทรดเป็นอาชีพเดียวในโลกที่คนที่ไม่มีการศึกษา พยายามแข่งขันกับมืออาชีพที่มีประสบการณ์วิเคราะห์ 15 ปี แต่คุณมีข้อได้เปรียบ: คุณไม่จำเป็นต้องเอาชนะกองทุนเชิงปริมาณ คุณแค่ต้องดีกว่าฝูงชนเล็กน้อย และฝูงชนมักจะซื้อตอนราคาสูงและขายตอนราคาต่ำ ทำตรงกันข้าม แล้วคุณจะได้กำไร

คู่มือนี้คือรากฐานของคุณ อย่าหาเงินง่าย อย่าฟังกูรูที่ขายคอร์สแพงๆ สัญญา Lamborghini ในเดือนหน้า การเทรดมันน่าเบื่อ มันคือรายงาน มันคือวินัย มันคือการนอนหลับโดยมี Stop-loss ไว้ แต่ถ้าคุณเข้าใจปรัชญาการจัดการเงินทุน ตลาดหลักทรัพย์จะไม่ใช่คาสิโนอีกต่อไป มันจะกลายเป็นเครื่องพิมพ์เงินส่วนตัวของคุณ ที่ทำงานอัตโนมัติ เริ่มต้นวันนี้: เลือกโปรแกรมจำลอง เปิดบัญชีทดลอง ซื้อหุ้น PTT หรือ Bitcoin เสมือนจริงครั้งแรกของคุณ อีกปีหนึ่งคุณจะขอบคุณผม

คำถามที่พบบ่อยจากเทรดเดอร์มือใหม่

ต้องใช้เงินเท่าไหร่ในการเริ่มเทรดในตลาดหลักทรัพย์?

ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เกณฑ์การเข้าลดลงเหลือ 1 บาท (ซื้อหุ้นเศษส่วน) กับบางโบรกเกอร์ อย่างไรก็ตาม ผมแนะนำให้เริ่มต้นด้วยจำนวนเงิน 10,000 – 15,000 บาท เงินทุนน้อยเกินไปจะกระจายความเสี่ยงได้ยาก และแม้หลายโบรกเกอร์จะคิดค่าคอมฯ ต่ำ แต่ผลกระทบทางจิตใจจากกำไร/ขาดทุนเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้ยากขึ้นได้ ในกระดานเทรดคริปโต เกณฑ์ขั้นต่ำมักอยู่ที่ 10-20 USDT แต่การเทรดอย่างมีประสิทธิภาพมักเริ่มต้นที่ 200-300 USDT

สามารถเทรดในตลาดหลักทรัพย์ผ่านโทรศัพท์ได้ไหม?

ได้ โบรกเกอร์สมัยใหม่ทั้งหมดมีแอปพลิเคชันมือถือ สำหรับการลงทุนระยะยาวและการเทรดแบบ Swing Trading นั้นเพียงพอ สำหรับการเทรดรายวันที่ต้องทำ Active (Scalping) มักจำเป็นต้องใช้เทอร์มินัลแบบประจำที่ที่มีหน้าจอใหญ่และความเร็วในการดำเนินการสูง

ต้องเสียภาษีอะไรจากกำไรจากการเทรด?

ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โบรกเกอร์จะส่งสรุปกำไรขาดทุนให้คุณ แต่คุณมีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีด้วยตนเอง (ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา) สำหรับกำไรจากการขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ปัจจุบันได้รับยกเว้นภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา แต่ต้องแจ้งในการเสียภาษีประจำปี สำหรับกระดานเทรดคริปโต คุณก็ต้องแจ้งรายได้ด้วยเช่นกัน เทรดเดอร์หลายคนที่ไม่ได้แปลงคริปโตเป็นเงินบาทเข้าใจผิดว่าไม่ต้องเสียภาษี นั่นคือความเชื่อที่ผิด ภาระภาษีเกิดขึ้นเมื่อมีกำไร ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด

อะไรยากกว่ากัน: ตลาดหุ้น หรือ คริปโตเคอเรนซี?

ทางด้านอารมณ์ คริปโตเคอเรนซียากกว่า เนื่องจากเทรดได้ 24/7 และมีความผันผวนสูง ทางด้านปัจจัยพื้นฐาน ตลาดหุ้นอาจซับซ้อนกว่า — คุณต้องวิเคราะห์รายงานบริษัท ตัวเลขเศรษฐกิจมหภาค แนวโน้มอุตสาหกรรม ปัจจุบันคริปโตขึ้นอยู่กับกระแสและการไหลของสภาพคล่องเป็นหลัก ผมแนะนำให้เริ่มจากตลาดหุ้นเพื่อฝึกวินัย แล้วค่อยๆ ขยับเข้าสู่คริปโต

📝

  • 1
    สัจธรรมในทางการเงิน — ข้อความที่ไม่ต้องการการพิสูจน์เนื่องจากผลลัพธ์อันน่าเศร้าที่ชัดเจน
  • 2
    การเทรดแบบมาร์จิ้น — การทำธุรกรรมโดยใช้เงินที่ยืมมาจากโบรกเกอร์โดยใช้สินทรัพย์ของคุณเป็นหลักประกัน
  • 3
    สเปรด — ความแตกต่างระหว่างราคาเสนอซื้อ (Bid) และราคาเสนอขาย (Ask) ยิ่งสเปรดกว้าง ยิ่งทำกำไรจากความเคลื่อนไหวระยะสั้นได้ยาก
  • 4
    Halving — การลดรางวัลนักขุดเหมืองลงครึ่งหนึ่ง ซึ่งในทางทฤษฎีนำไปสู่การขาดแคลนเหรียญและราคาที่เพิ่มขึ้น
  • 5
    Cold wallet — อุปกรณ์ (เช่น Ledger) ที่ไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ใช้สำหรับเก็บคีย์ส่วนตัว
  • 6
    Slippage — การที่คำสั่งซื้อขายถูกดำเนินการในราคาที่แย่กว่าราคาที่ขอไว้ เนื่องจากความผันผวนสูง
  • 7
    คูหาอาหาร (ในที่นี้หมายถึง Bucket Shop) — โบรกเกอร์หลอกลวงที่ไม่ป้องกันความเสี่ยงสถานะของลูกค้า แต่เก็บเงินไว้กับตัวเอง ลูกค้ายิ่งเสีย โบรกเกอร์ยิ่งได้กำไร
  • 8
    Short — การเทรดที่คาดว่าราคาจะลดลง เทรดเดอร์ยืมสินทรัพย์มาขาย แล้วค่อยซื้อคืนในราคาที่ถูกกว่า

Leave a Reply